ตำนานหนังสือ ผีดิบซีอุย เรื่องน่ากลัวที่เกิดขึ้นจริง

Cyuแต่ละพื้นที่แต่ละประเทศบนโลกใบนี้ก็ล้วนแล้วแต่ต้องเคยมีประวัติหรือว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงอันชวนให้น่าสยดสยอง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดได้ว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ ประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกันในอดีตที่ผ่านมามันก็มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมามากมายจนทำให้กลายเป็นประวัติศาสตร์ในส่วนที่คนไทยทุกคนยากที่จะลืมอย่างเช่นเรื่องราวของ ซีอุย ถึงขนาดว่ากลายเป็นมีคนนำเรื่องราวที่น่าสนใจตรงจุดนี้มาทำเป็นหนังสือให้ทุกคนได้รับรู้กันไปว่าจริงๆ แล้วเรื่องราวทั้งหมดของความน่ากลัวที่ว่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

ซีอุย จากเรื่องจริงสู่ตำนานบนหน้าการะดาษ

ถ้าหากพูดถึงซีอุยโดยเฉพาะรุ่นปู่ย่าตายายหรือรุ่นคุณพ่อคุณแม่น่าจะได้ยินรับรู้รวมถึงรู้จักชื่อๆ นี้เป็นอย่างดี เพราะนี่คือชื่อที่ทำให้คนไทยต้องเคยหวาดผวาที่สุดในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งกับเรื่องราวที่ว่าเขาคือฆาตกรที่คร่าชีวิตเด็กบริสุทธิ์เพื่อต้องการจะกินเครื่องในหัวใจตับไตต่างๆ โดยความเชื่อของเขาเชื่อว่าจะทำให้อายุยืนยาว หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของเขาได้มีการบ่งบอกถึงประวัติชายประหลาดคนนี้เอาไว้อย่างโชกโชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเขาคือคนเชื้อชาติจีนที่อดีตเคยเป็นทหารผู้ผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 มาแล้ว การเข้ามาในประเทศไทยเป็นระยะเวลากว่า 13 ปี พร้อมถึงคำสารภาพที่แท้จริงว่าทำไมเขาถึงต้องฆ่าเด็กแล้วกินเครื่องในของเด็ก ว่ากันว่าเด็กที่ถูกเขาฆาตกรรมมีอยู่ด้วยกันถึง 6 คน นอกจากนี้ยังมีคนหนึ่งที่สามารถรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด หากมีคำถามตั้งขึ้นมาว่าสิ่งที่เขาทำมันเป็นจริงหรือไม่ก็คงไม่สามารถมีใครหาคำตอบได้อย่างชัดเจนแต่ด้วยหลักฐานต่างๆ มันทำให้เขาจำเป็นต้องยอมจำนนต่อสิ่งที่เขาอาจก่อหรือไม่ได้ก่อไว้ก็ตามที นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสยดสยองจนคนไทยเองมีการรวบรวมเรื่องราวต่างๆ กลายมาเป็นทั้งหนังสือให้ได้อ่าน ภาพยนตร์ให้ได้ดู นอกจากนี้ก็ยังมีสารคดีอีกมากมายสำหรับชายคนหนึ่งผู้ที่ต้องกล่าวเอาไว้ประวัติศาสตร์ของสยามประเทศ

เชื่อเหลือเกินว่าสำหรับคนที่ชื่นชอบในการอ่านหนังสือประเภทสยองขวัญบวกกับความสมจริงในเหตุการณ์ที่ว่ากันว่าเคยเกิดขึ้นจริงในประเทศไทยจะต้องไม่ลืมในการหยิบหนังสือเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นหนังสือเรื่องโปรดอย่างแน่นอน การที่ได้อ่านแล้วได้รู้สึกเหมือนว่ากำลังเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ มันช่วยให้ผู้อ่านเองสัมผัสได้ว่าความน่ากลัวที่แท้จริงหากเป็นเราในยุคนั้นจะทำอย่างไรกันดีเพื่อไม่ต้องกลายเป็นศพเด็กรายต่อไป